ศิลปะกับชีวิต
posted on 07 Apr 2008 22:32 by p-i-e in Thai-Classical-Music
วันก่อนเข้าไปอ่านบล็อกใครจำไม่ได้แล้ว
แต่มีประโยคนึงในคอมเม้นท์ โดนใจดีจัง บอกว่า..
"เมื่อชีวิตของเราวุ่นวายน้อยลง เราจะเข้าใกล้คำว่าศิลปะมากขึ้น"
(เจ้าของคอมเม้นท์เป็นใครก็จำไม่ได้อีกเช่นกัน ต้องขอโทษจริงๆ ^^")
.
.
เห็นท่าจะจริงค่ะ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เลยเป็นวันแรกที่ จขบ. ได้เริ่มเรียนเขียนลายรดน้ำ
มีครูเป็นศิษย์เก่าเพาะช่าง อายุเพียง 23 ปีเท่านั้นเอง..
.
.
วันแรกที่เจอกัน นอกจากเรื่องเรียนแล้วก็ได้คุยกันเรื่องต่างๆ นานา
ทำให้ได้รู้ว่าตอนเรียนอยู่เพาะช่าง ทั้งเอก มีน้องเค้าเรียนอยู่คนเดียว
ก็เลยเป็นคนเดียวที่จบจากเพาะช่างในสาขานี้ของปีการศึกษานั้น
และไม่มีน้องรุ่นถัดมา อีกทั้งไม่รู้จะมีที่จะจบในเอกเดียวกันนี้อีกเมื่อไหร่ด้วย O_o"
เหตุก็เพราะไม่มีคนเรียน จนจะปิดหลักสูตรกันอยู่มะลอมมะล่อ
.
.
ตอนประโยคบอกเล่าเหล่านั้นเข้าหูทีแรก รู้สึกอึ้ง
"ไม่เหงาแย่เหรอ ทั้งเอก เรียนคนเดียว รับปริญญาคนเดียว
ยังไม่นับรวมถึงตอนทำงานส่ง คิดการบ้าน ทำรายงาน
และกิจกรรมอีกมากมายที่เรามักจะทำร่วมกับเพื่อนๆ ในเอกเดียวกัน"
.
.
แต่เมื่อเวลาผ่านไปอีก 2-3 วินาที ก็เศร้าใจ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกค่ะ
เพราะจริงๆ แล้ว น้องเค้าก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร
พิสูจน์ตัวเอง เรียนคนเดียว จบคนเดียวออกมามีงานมีการทำแล้วด้วยซ้ำ
แต่ "ศิลปะประจำชาติ" ของเราหน่ะสิที่น่าจะมีปัญหาในอนาคต
.
.
จริงๆ แล้ว จขบ. ไม่ได้อยากทำตัวเป็นนักรณรงค์สุดโต่งอะไรขนาดนั้นหรอกนะคะ
แล้วก็ไม่ได้อยากให้คนไทยคนไหน มองสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดเราคิดค้นไว้อย่างเวทนาอีกด้วย
รู้ดีว่า ชอบหรือไม่ชอบ เป็นสิทธิส่วนบุคคล บังคับกันได้ที่ไหน
จะชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์+สิ่งแวดล้อมของคนๆ นั้น
(แม้แต่ จขบ. เองก็ตามเถอะ)
และที่สำคัญคือ หากของนั้นมีคุณค่าจริง แม้จะไม่ได้รับความนิยม
ไม่ได้ถูกเอาใจใส่สักเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของสิ่งนั้นลดลงไปแม้แต่น้อย
.
.
เพียงแต่อยากจะถามว่า...
เรื่องนี้ทำให้ใครรู้สึกเหมือนที่ จขบ. รู้สึกบ้างรึเปล่าคะ
โดยเฉพาะคนที่พอจะมีอำนาจอยู่ในมือ สามารถกำหนดให้ระบบต่างๆ ในประเทศ
เปลี่ยนแปลงไปทางนั้นทางนี้ได้
.
.
หรือว่าเป็นเพราะชีวิตของท่านกำลังวุ่นวาย เกินกว่าจะสนใจเรื่องศิลปะ?

- ภาพผลงานเขียนลายรดน้ำสมัยเรียนของครูค่ะ ขอจิ๊กมาโชว์ -
ดูแบบซูมๆ คลิ๊กที่นี่
***ลายรดน้ำ เป็นชื่อเรียกงานปราณีตศิลป์ของไทยชนิดหนึ่งซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
และมีขั้นตอนการทำที่ละเอียดซับซ้อน จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์
(Monochrome) ซึ่งมีเพียงสีทองของทองคำบริสุทธิ์บนพื้นรักสีดำเท่านั้น
สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีคุณสมบัติที่สวยงาม มีสง่า มีคุณค่าและคงทน***

T-T เห็นแล้ว อยากจะร้องไห้ ซาบซึ้งมาก T-T
#1 By L.Statagem on 2008-04-07 22:38