บทเรียนหนึ่งที่เราต้องเรียนถ้าเราเรียนดนตรีสากล คือ การอ่านโน้ต
ครูจะแนะนำให้เราทำความรู้จักกับเจ้าตัวกลมๆ ดำบ้าง ขาวบ้าง บางตัวก็มีหาง
นอนกลิ้ง คว่ำๆ หงายๆ อยู่บนบรรทัดห้าเส้น
แล้วครูก็จะบอกให้เราตีสนิทกับตัวหยุด ตัวยืดและเครือญาติ กับกุญแจอีกหลายประเภท
สนิทกันเมื่อไหร่ก็จะคุยกันรู้เรื่อง ช่วยให้เราบรรเลงเป็นเพลงได้ถูกต้องสมใจหวัง
.


.
แต่กับดนตรีไทย (โดยเฉพาะสมัยก่อน) ไม่มีเจ้าตัวป่วน น่ารักๆ แบบนี้ให้สนิทด้วยหน่ะสิ
คนที่เราต้องเข้าหาเลยไม่ใช่ตัวโน้ต แต่เป็น "ครู"
คนตัวเป็นๆ (ที่ดุบ้างใจดีบ้าง)ของเราเองนี่แหละ อิอิ
เพราะสมัยก่อน "ครู" เป็นศูนย์กลางของการเรียนศาสตร์แทบทุกแขนงของไทย
นักเรียนดนตรีไทยสมัยก่อน ต้องไปขอให้ครูรับเป็นศิษย์
แล้วหอบผ้าหอบผ่อนไปกินนอนเรียนดนตรีอยู่บ้านครูกันเลยทีเดียว
(ใครเคยดูเรื่องโหมโรงคงพอนึกออกเน๊าะ ^^)
.


.
การเรียนเพลง หรือที่ศัพท์เทคนิคเค้าเรียกกันว่า "ต่อเพลง" ก็ต่อเอาจากครูท่าน
ครูจะทยอยสอนเพลงให้ จากเพลงพื้นฐานไปจนถึงเพลงสำคัญต่างๆ
หรือเพลงที่ครูคิดค้นขึ้นเอง หวังให้ศิษย์รักสืบทอดทางเพลงที่วิจิตรพิศดารก็ว่ากันไป
ก็มีครูผู้มีพระคุณนี่ล่ะ ที่ช่วยแนะช่วยติจนเราสามารถพัฒนาทักษะด้านดนตรี
ได้ถูกต้องเหมาะสม
(ถูกต้อง หมายถึง ถูกต้องตามวิธีการเล่น /
เหมาะสม หมายถึง เหมาะตาม
กาลเทศะ ตามธรรมเนียมประเพณีของดนตรีไทย)
.


.
ประเด็นคือ ทั้งครูและศิษย์ใช้อะไรเป็นตัวช่วยจำหล่ะ ถึงได้จำได้จำดี
เวลาบรรเลงเพลงยาวติดต่อกันเป็นชั่วโมง ก็ไม่ต้องมีกระดาษโน้ตมากางสักแผ่น
คำตอบของ จขบ. ก็คือ ใช้ความคุ้นเคยกับ กลอนเพลง จังหวะ และ
วิธีบรรเลง เช่น การกรอ ขยี้ สะบัด ช่วยจำทำนองเพลงค่ะ
.


.
นักดนตรีไทยหลายๆ คนไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่
นึกได้อีกทีก็เล่นเป็นเพลงได้ไปหลายเพลงแล้ว..
การที่ครูต่อเพลงให้ ทำให้เรารู้จักกับเจ้า "กลอนเพลง" นี่โดยไม่รู้ตัว
"กลอนเพลง" ก็เหมือนกับ "กลอน" ในการประพันธ์ร้อยกรองนั่นแหละ
ในทำนองเพลงไทยจะมีการเชื่อมโยงกันของเสียง
เสมือนการบังคับสัมผัสนอกสัมผัสใน
มีการแบ่งทำนองเป็นวรรค เป็นท่อน เสมือนกับการแบ่งเป็นบาท เป็นบทของร้อยกรอง
เล่นดนตรีไทยไปเรื่อยๆ ก็จะคุ้นชินกับสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นเพลงไปเอง
ทำให้การจำเพลงทั้งเพลง ก็เหมือนการจำกลอนได้เป็นบทๆ เป็นหน้าๆ
โดยมีจังหวะ กับเทคนิคการเล่นเครื่องดนตรีนั้นๆ
เป็นตัวช่วยอีกแรงค่ะ คุๆๆ (จะหัวเราะทำไม = . =")
.


.
ฉะนั้น ถ้าครูรุ่นเก่าๆ ต่อเพลงให้ ครูจะไม่พูดชื่อตัวโน้ตสักตัว
โด เร มี คืออะไร ไม่ต้องไปพูดถึง
แต่จะต่อเพลงกันโดยการฮำเพลง เช่น "นอย น้อย นอยๆๆๆ"
หรือ "ทิง นอยๆ" อะไรประมาณนี้เป็นต้น ตามแต่วิธีฮำเสียงของเครื่องดนตรีที่เรียนกันอยู่
หรือไม่.. ครูจะเล่นให้ฟัง เราได้ยินปุ๊บก็เล่นตามเสียงนั้นได้เลย
.
.
ทั้งนี้ นอกจากการรู้จักและเข้าใจกลอนเพลงแล้ว
สิ่งสำคัญที่ทำให้นักดนตรีไทยในสมัยก่อนสามารถจำเพลงได้บานตะไท
ก็คือ "การฝึกฝน" นั่นเอง~! ฝึกกันจนรู้สึกว่ามือมันเล่นเองได้โดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง!!
.


.
การฝึกฝนนี่ล่ะ คือเคล็ดลับวิชาดนตรี ในสมัยที่คนไทยยังไม่รู้วิธีบันทึกโน้ต :D

 

Comment

Comment:

Tweet

จริงๆครับ ครูผมก็ใช้วิธีฮัมเหมือนกัน แต่ผมเล่นตามไม่ได้ แต่มีรุ่นพี่เค้าเล่นตามได้เลย เก่งมากๆ

#28 By HomoeregtuS on 2011-01-16 19:34

ใช่ครับ ไม่รู้ว่าจำเพลงไทยเหล่านี้ได้มากมายแค่ไหน พอรู้ตัวอีกทีก็เล่นได้ จำได้ไปหลายเพลงแล้ว big smile

#27 By IOXTREAM* on 2010-10-01 13:32

อย่างงี้ มิน่า ต้องอยู่ต้องนอนกะครู เอ๊ย . . .
ต้องอาศัยครูอยู่ด้วยระหว่างเรียนนะเนี่ย

#26 By Fein on 2008-04-08 12:35


วิธีการฝึกคล้ายกับร้องเพลงโคราชเลยอ่ะ

เห็นเพื่อนเล่าให้ฟัง เค้าสอบแพทย์ได้ด้วย

เพราะความจำดี อันเนื่องมาจากการฝึกฝนฉะนี้แล

#25 By Juninyá on 2008-04-07 21:49

นี่มันใช้สัญชาติญาณเข้าว่าชัดๆ!!

#24 By greateve2b on 2008-04-07 20:00

^
^
เห็นด้วยกับข้างบนค่ะbig smile

#23 By p-i-e on 2008-04-07 18:11

แต่ถ้ามองอีกมุมนึง อย่างน้อยตอนนี้ที่ อ.ศร ศิลปบรรเลง คิดวิธีการบันทึกโน้ตไทยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีการบันทึกดนตรีไทยให้เป็นลายลักษณ์อักษรซักทีนะครับ

#22 By nora on 2008-04-07 16:36

เขียนได้ดีมากเลยครับ ,,
ยอดเยี่ยมเลย ,,

#21 By indy : ·.¸¸·´¯`·.¸¸.ஐ on 2008-04-07 15:50

อื้อ ที่ก็เรียนดนตรีไทยค่ะ ครูแต่ละท่านจะเคาะนิ้วเรากันเมามันส์กันเลยทีเดียว sad smile

แต่ไม่รู้ตัวจริงๆนะคะ ว่าแต่ละเพลงมาได้ยังไง
เหมือนถ้าโน๊ตผิดเราจะรู้เลยว่ามันผิด (เอ๊ะ??)

สรุปคือความเคยชินล่ะมั้งconfused smile

#20 By Blazx De Eyre© on 2008-04-07 12:19

เคยเรียนขิมสมัยเด็กๆ ค่ะ หลายปีมาเหมือนกัน
ตอนนี้เล่นดนตรีสากลอยู่
ตอนเด็กๆ ตอนนั้นไม่มีโน้ตแผ่นเลยซักนิด
ครูตีกลับหัว เราตีตาม แล้วให้ท่องโน้ตตามเสียง
เพราะเริ่มเล่นแรกๆ ขิมจะติดตัวโน้ตไว้ข้างใต้
แล้วติดวิธีการต่อเพลงกับครูถึงขนาด เลิกเรียนกับครูก็เล่นไม่ได้
เพราะไม่มีโน้ตที่บ้านซักแผ่น 555+
แต่เพิ่งมาเข้าใจหลักก็เพราะบลอคนี้ล่ะค่ะ

#19 By AiBikU on 2008-04-07 09:51

เรียนมาแบบไม่มีโน้ตนี่เคยโดนมาแล้ส แรกๆว่ายาก นานๆเริ่มชิน
อ.เค้าเล่นไปก่อนแล้วเราเล่นตาม มีแอบงงบ้าง 55

#18 By istardust787 on 2008-04-07 00:45

ที่เคยเรียนก็ใช้ตัวเลขอ่าค่ะ ครูเขียนเลขไทยที่ขิม แล้วก็ให้ตีตามเลข นานๆไปไม่ต้องใช้แล้วอ่าค่ะ ไม่ต้องจำโน้ตให้ปวดหัว

#17 By asirup on 2008-04-07 00:08

ทึ่งงงง

#16 By rokjitjung on 2008-04-07 00:04

สุดยอดจริงๆค่า

#15 By *mamoru taiki* on 2008-04-06 21:55

เห็นครูดนตรีไทยบอกว่าเมื่อก่อนใช้ตัวเลข แต่ร้องออกมาแล้วเสียงแปลกพิลึก ประมาณว่า

นึ้ง...ส่อง ซ้าม เจ้ด แป่ด 55+

#14 By Jasmine✿Lala~ on 2008-04-06 21:41

จำได้ว่าตอนผมเรียนระนาด ตอนที่ อ. ให้เปลี่ยนราง เอารางที่เขียนโน้ตไว้ออกนี่ แทบตายย sad smile

#13 By Zairen_Parodyme. on 2008-04-06 20:46

Hot!
ฉันเคยมีครูที่ต่อเพลงด้วยวิธี นอย นอย นอย ด้วยละ

และก็แปลกจังเลยนะ เราเรียนได้ยังไง??
sad smile

#12 By neverbeen kiss* on 2008-04-06 20:08

กล่าวได้ว่า
การบันทึกเพิ่งมีมาในภายหลังสินะครับ
เหมือนกับการทำอาหารเนอะครับ
เห็นๆ เขาทำ ก็ทำตามคำบอก

#11 By AkE on 2008-04-06 19:55

ดนตรีไทยไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะ
ถึงแม้การต่อเพลงจะไม่มีโน้ตเป็นแผ่นๆ
ก็อาศัยความคุ้นกับเพลง ก้เหมือนบทกลอนมันจะต่อๆกันไปได้ค่ะ

Hot!

#10 By Sesary ❤ on 2008-04-06 18:31

เรื่อยๆๆๆๆ มันก็ออสโมซิสเข้าสมองเน้อ confused smile confused smile

#9 By หมีขั้วโลก™ on 2008-04-06 13:05

big smile อย่างนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย

เพราะอ่านโน๊ตไม่เป็น 555+ confused smile (เล่นดนตรีสากล แต่อ่านโน๊ตไม่เป็น หึๆ )

แต่ดนตรีไทยเนี่ย ต้องยอมรับเลยล่ะ ว่าแทบจะไม่มีการจดบันทึก แต่เล่นสืบต่อกันมา ผ่านระยะเวลาหลายร้อยปี น่าทึ่งดีเหมือนกันเนอะ

อย่างนี้นี่เอง ครูเพลงถึงได้เป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญมากๆ ในวงการดนตรีไทย ขอเคารพด้วยคน


แต่พูดอะไรเจ๋งๆเป็นกับเค้าเหมือนกันนิ คุๆๆ question

การฝึกฝน นี่ล่ะที่จะทำให้เก่งขึ้น คนเราจะเชี่ยวชาญไม่ได้ ถ้าไม่หมั่นฝึกฝน Hot!



แต่คนที่ฝึกบ่อยๆแล้วยังไม่เก่งเนี่ย เอิ๊กๆ เค้าเรียกว่าไรหว่า? 555+ (ถามตัวเอง sad smile)

ปล. ว่าแล้วก็ต้องขยันๆหัดท่องโน๊ตหน่อยซะละ

#8 By >t-O.y: on 2008-04-06 12:46

แฮ่ๆ ไม่ได้เข้ามาพักนึง

อ่านแล้วนึกถึงตอนเรียนขิมเลยค่ะ ดีหน่อยที่มีแผ่นกระดาษโน้ตมาให้ ที่จะเขียนเป็น ด ร ม ไปน่ะค่ะ แต่ก็นะ พอฝึกหลายๆเพลง เริ่มไม่มีโน้ต อ.จะสอนต่อหน้าแล้วก็เริ่มตีเลย ตีมากๆเข้า มือมันก็ไปเอง ถือเป็นความมหัศจรรย์สำหรับตัวฝ้ายมากมาย 55

การฝึกฝนคือวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มทักษะการเรียนรู้ค่ะ double wink

#7 By vinn* on 2008-04-06 10:43

อย่างนี้เรียกว่าใช้สัญชาติญาณในการเรียนกับเล่นรึเปล่าครับนี่
คนสมัยก่อนเก่งจริงๆครับ double wink

#6 By on 2008-04-06 10:19

ฮู่ว์ ! ที่แท้เคล็ดลับความสำเร็จก็อยู่ตรงนี้นี่เอง
ให้ข้อคิดได้ดีทีเดียวค่ะ เป็นต้นว่า ต้องรู้จักดัดแปลงนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้ให้เข้ากับสถานการณ์

คิดถึงพี่พาย ทุกทีที่หม่ำพายไก่ !

#5 By ire_u on 2008-04-06 07:10

สุดยอดมากๆๆๆๆๆๆ

#4 By กะปิ on 2008-04-05 22:57

อัจฉริยะข้ามคืนจริงๆ

#3 By ฟิวส์ on 2008-04-05 22:45

เรียนแบบธรรมชาติไงครับ
สมัยก่อนทุกอย่างก็อาศัยการทำซ้ำๆ นี่แหละ

#2 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-05 22:21

สุดยอดจริงๆเลย

#1 By 草の 明ら  on 2008-04-05 20:40

Recommend

follow p-i-e on twitter