เขาเรียนเขาเล่นกันอย่างไร เมื่อดนตรีไทยไม่บันทึกโน้ต
posted on 05 Apr 2008 20:36 by p-i-e in Thai-Classical-Tales
บทเรียนหนึ่งที่เราต้องเรียนถ้าเราเรียนดนตรีสากล คือ การอ่านโน้ต
ครูจะแนะนำให้เราทำความรู้จักกับเจ้าตัวกลมๆ ดำบ้าง ขาวบ้าง บางตัวก็มีหาง
นอนกลิ้ง คว่ำๆ หงายๆ อยู่บนบรรทัดห้าเส้น
แล้วครูก็จะบอกให้เราตีสนิทกับตัวหยุด ตัวยืดและเครือญาติ กับกุญแจอีกหลายประเภท
สนิทกันเมื่อไหร่ก็จะคุยกันรู้เรื่อง ช่วยให้เราบรรเลงเป็นเพลงได้ถูกต้องสมใจหวัง
.
.
แต่กับดนตรีไทย (โดยเฉพาะสมัยก่อน) ไม่มีเจ้าตัวป่วน น่ารักๆ แบบนี้ให้สนิทด้วยหน่ะสิ
คนที่เราต้องเข้าหาเลยไม่ใช่ตัวโน้ต แต่เป็น "ครู"
คนตัวเป็นๆ (ที่ดุบ้างใจดีบ้าง)ของเราเองนี่แหละ อิอิ
เพราะสมัยก่อน "ครู" เป็นศูนย์กลางของการเรียนศาสตร์แทบทุกแขนงของไทย
นักเรียนดนตรีไทยสมัยก่อน ต้องไปขอให้ครูรับเป็นศิษย์
แล้วหอบผ้าหอบผ่อนไปกินนอนเรียนดนตรีอยู่บ้านครูกันเลยทีเดียว
(ใครเคยดูเรื่องโหมโรงคงพอนึกออกเน๊าะ ^^)
.
.
การเรียนเพลง หรือที่ศัพท์เทคนิคเค้าเรียกกันว่า "ต่อเพลง" ก็ต่อเอาจากครูท่าน
ครูจะทยอยสอนเพลงให้ จากเพลงพื้นฐานไปจนถึงเพลงสำคัญต่างๆ
หรือเพลงที่ครูคิดค้นขึ้นเอง หวังให้ศิษย์รักสืบทอดทางเพลงที่วิจิตรพิศดารก็ว่ากันไป
ก็มีครูผู้มีพระคุณนี่ล่ะ ที่ช่วยแนะช่วยติจนเราสามารถพัฒนาทักษะด้านดนตรี
ได้ถูกต้องเหมาะสม
(ถูกต้อง หมายถึง ถูกต้องตามวิธีการเล่น /
เหมาะสม หมายถึง เหมาะตามกาลเทศะ ตามธรรมเนียมประเพณีของดนตรีไทย)
.
.
ประเด็นคือ ทั้งครูและศิษย์ใช้อะไรเป็นตัวช่วยจำหล่ะ ถึงได้จำได้จำดี
เวลาบรรเลงเพลงยาวติดต่อกันเป็นชั่วโมง ก็ไม่ต้องมีกระดาษโน้ตมากางสักแผ่น
คำตอบของ จขบ. ก็คือ ใช้ความคุ้นเคยกับ กลอนเพลง จังหวะ และ
วิธีบรรเลง เช่น การกรอ ขยี้ สะบัด ช่วยจำทำนองเพลงค่ะ
.
.
นักดนตรีไทยหลายๆ คนไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่
นึกได้อีกทีก็เล่นเป็นเพลงได้ไปหลายเพลงแล้ว..
การที่ครูต่อเพลงให้ ทำให้เรารู้จักกับเจ้า "กลอนเพลง" นี่โดยไม่รู้ตัว
"กลอนเพลง" ก็เหมือนกับ "กลอน" ในการประพันธ์ร้อยกรองนั่นแหละ
ในทำนองเพลงไทยจะมีการเชื่อมโยงกันของเสียง
เสมือนการบังคับสัมผัสนอกสัมผัสใน
มีการแบ่งทำนองเป็นวรรค เป็นท่อน เสมือนกับการแบ่งเป็นบาท เป็นบทของร้อยกรอง
เล่นดนตรีไทยไปเรื่อยๆ ก็จะคุ้นชินกับสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นเพลงไปเอง
ทำให้การจำเพลงทั้งเพลง ก็เหมือนการจำกลอนได้เป็นบทๆ เป็นหน้าๆ
โดยมีจังหวะ กับเทคนิคการเล่นเครื่องดนตรีนั้นๆ
เป็นตัวช่วยอีกแรงค่ะ คุๆๆ (จะหัวเราะทำไม = . =")
.
.
ฉะนั้น ถ้าครูรุ่นเก่าๆ ต่อเพลงให้ ครูจะไม่พูดชื่อตัวโน้ตสักตัว
โด เร มี คืออะไร ไม่ต้องไปพูดถึง
แต่จะต่อเพลงกันโดยการฮำเพลง เช่น "นอย น้อย นอยๆๆๆ"
หรือ "ทิง นอยๆ" อะไรประมาณนี้เป็นต้น ตามแต่วิธีฮำเสียงของเครื่องดนตรีที่เรียนกันอยู่
หรือไม่.. ครูจะเล่นให้ฟัง เราได้ยินปุ๊บก็เล่นตามเสียงนั้นได้เลย
.
.
ทั้งนี้ นอกจากการรู้จักและเข้าใจกลอนเพลงแล้ว
สิ่งสำคัญที่ทำให้นักดนตรีไทยในสมัยก่อนสามารถจำเพลงได้บานตะไท
ก็คือ "การฝึกฝน" นั่นเอง~! ฝึกกันจนรู้สึกว่ามือมันเล่นเองได้โดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง!!
.
.
การฝึกฝนนี่ล่ะ คือเคล็ดลับวิชาดนตรี ในสมัยที่คนไทยยังไม่รู้วิธีบันทึกโน้ต :D
p-i-e's Music Station
อย่างนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย
(เล่นดนตรีสากล แต่อ่านโน๊ตไม่เป็น หึๆ
)
)

#1 By あ-き-キョメ-ら-あ-き-と on 2008-04-05 20:40