ความเชื่อเกี่ยวกับการออกโรงแสดงโขน
posted on 30 Jan 2008 19:30 by p-i-e in Thai-Classical-Music
จะต้องจัดเครื่องโรงให้ครบ เช่น เครื่องแต่งตัว เตียง รถ ม้า อาวุธ และกลด เป็นต้น
ในการแสดงจะต้องมีหัวโขนที่เป็นครูไปตั้งประดิษฐานเพื่อเป็นสักการะและเป็นมิ่งขวัญ
ในกาลเทศะเช่นนี้ถือว่าไม่ควรอัญเชิญพระพุทธรูปไป
เพราะเป็นการไม่สมควร เพียงแต่น้อมระลึกด้วยไตรทวารเท่านั้น
จะจัดโต๊ะหมู่บูชาครู จัดพวงมาลัยสำหรับคล้องหัวโขน
บางทีก็มีเครื่องกระยาบวชเป็นเครื่องสังเวย
หรือจะไม่มีแล้วแต่โอกาสและความสำคัญของงานนั้นๆ
หัวโขนที่จำเป็นต้องเชิญไปก็มีหน้าพระภรตฤาษีกับหน้าพระพิราพ
แต่บางรายนิยมมีหน้าเทพต่างๆ เช่น หน้าพระอิศวร หน้าพระพรหม
หน้าพระคเณศ หรือหน้าพรวิศวกรรม เป็นต้น แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือ
หน้าพระฤาษีที่เรียกกันว่า หน้าพระครู พ่อครู หรือพ่อแก่
พอได้เวลาจะโหมโรงวงปี่พาทย์ตั้งเพลงสาธุการ ศิลปินมาประชุมพร้อมกัน
ผู้อาวุโสในที่นั้นจะจุดธูปเทียนที่เครื่องบูชา
ทุกคนแสดงความเคารพด้วยการกราบไหว้บูชาระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและครูอาจารย์
ผู้ที่มีเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน ก็บูชาด้วยในคราวเดียวกันนี้
ก่อนปี่พาทย์จะบรรเลงเพลงโหมโรง ผู้ควบคุมวงปี่พาทย์จะต้องจัดดอกไม้ ธูปเทียน
พร้อมด้วยเงินกำนลบูชาครู 6 บาท (เดิมใช้ 6 สลึง) ไปให้ครูที่ควบคุมวงปี่พาทย์
เมื่อจุดบูชาแล้วจึงจะเริ่มบรรเลงเพลงสาธุการ
เงินกำนลนี้ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคนเป่าปี่
และก็ต้องปฏิบัติอย่างเดียวกับเงินบูชาครู คือ จะใช้ยังชีพส่วนหนี่ง
ที่เหลือจะรวบรวมเพื่อนำไปถวายพระบ้าง ถวายวัดบ้าง
เป็นการสร้างบุญกุศลอุทิศแก่ครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วอีกทางหนึ่ง
แล้วครูจะทำน้ำมนต์ธรณีสารประพรมหัวโขน เครื่องอาวุธ เครื่องแต่งกาย เวทีที่แสดง
เครื่องดนตรี ฯลฯ เป็นการป้องกันภัยพิบัติ เสนียดจัญไร
เมื่อผู้แสดงโขนแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะสวมหัวโขน ชฎา รัดเกล้า
หรือมงกุฎกษัตริย์ให้เป็นปฐม และจะต้องไหว้กันเป็นนิจสิน
เมื่อจะออกแสดงต้องไหว้ไปทางทิศที่ประดิษฐานหัวโขนหน้าครูต่างๆ
อธิษฐานขอความสุขสวัสดี ความเรียบร้อยสำเร็จงดงาม
เพื่อป้องกันความผิดพลาดอุปสรรค
แล้วไหว้แสดงความเคารพครูผู้ฝึกหัดและครูผู้กำกับการแสดง
ซึ่งศิลปินทั้งหลายถือเป็นชีวิตจิตใจที่กระทำด้วยความเต็มใจ
เพราะความเคารพนับถือ จริงๆไม่ใช่สักแต่ว่าทำ
ใครไม่ทำถือว่าเป็นอัปมงคล เป็นเสนียดจัญไร ไม่มีใครคบหา
เมื่อเสร็จสิ้นการแสดงพอถอดหัวโขนหรือเครื่องสวมศีรษะออกแล้ว
จะต้องขอขมาลาโทษซึ่งกันและกันตามลำดับอาวุโส
เพราะถือว่าได้มีการล่วงเกินพลั้งพลาดไปบ้างขณะทำการแสดง
ผู้อาวุโสก็จะกล่าว "อโหสิ" และให้ศีลให้พร
เมื่อถอดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแล้วจะยังไม่ล้างหน้า
จะต้องไปไหว้ที่โต๊ะหมู่ที่ตั้งหัวโขนต่างๆ
ผู้เป็นครูจะประพรมน้ำมนต์ธรณีสารอีกครั้งจึงจะถือว่าสิ้นสุดการแสดง
หากไม่ปฏิบัติเช่นนี้หากเกิดเหตุเภทภัยอะไรขึ้นถือว่าเป็นการผิดครู
... ... ...
"หัวโขน สมบัติศิลป์ แผ่นดินไทย" ของบุญชัย เบญจรงคกุล


#1 By iMase on 2008-01-30 20:01