โดย  อาจารย์ประเวช  กุมุท
(ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงดนตรีไทย ปี พ.ศ. ๒๕๓๒)
จากหนังสือที่ระลึก  ดนตรีไทยอุดมศึกษา  ครั้งที่  ๑๗
วันที่  ๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๙  ณ  ศาลาอ่างแก้ว  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเอ่ยปากปรารภกับข้าพเจ้าว่า
การบรรเลงดนตรีในงานสามัญหรืองานพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น 
พวกคุณ(นักดนตรี)ทำเพลงอะไรกันบ้าง
ดูเหมือนจะเป็นที่รู้กันในหมู่พวกคุณเท่านั้นใช่ไหม? 
คนอื่น ๆ  ที่ได้ยินได้ฟังการบรรเลง หากไม่ใช่นักดนตรีด้วยกัน
หรือมีความรู้ทางดนตรีอยู่บ้างแล้ว จะไม่มีโอกาสรู้เลย 
ดู ๆ  คล้ายกับเขาเหล่านั้นอยู่คนละโลกกับพวกคุณเลยทีเดียว 
คุณจะไม่ให้โอกาสแก่เขาเหล่านั้นได้รู้เห็นอะไรในโลกของพวกคุณบ้างหรือ 
นับเป็นคำปรารภที่มีเหตุผลควรค่าแก่การรับฟังอย่างยิ่ง  น่าคิด

        
แน่นอน  เรามีแบบแผนประเพณีของเรามานานแล้ว
เป็นแบบแผนและประเพณีการบรรเลงประกอบงาน
ซึ่งครูบาอาจารย์ทางดุริยางค์ไทยได้วางระเบียบไว้แต่โบราณ 
เช่น  งานบวชนาค  งานโกนจุก 

งานแต่งงาน  งานศพ  ฯลฯ  เราจะบรรเลงเพลงอะไร  ตอนไหน  อย่างไร 
ย่อมเป็นที่รู้กันอยู่ในหมู่นักบรรเลงทั้งสิ้น 
หากแต่เราไม่ได้ทำเป็นตำราหรือลายลักษณ์อักษรไว้
เพื่อที่จะเผยแพร่ให้ผู้ที่มีความสนใจได้รู้ถึงระเบียบ  หรือประเพณีเหล่านี้ 

ข้าพเจ้าคิดว่าแม้บางครั้งผู้บรรเลงเองก็อาจงง ๆ  หรือสับสนได้เหมือนกัน 
หากเป็นงานหรือบางขั้นตอนของงานที่นาน ๆ  จะได้พบหรือได้มีโอกาสบรรเลง 
ยกตัวอย่างเช่น  อาจตั้งคำถามขึ้นมาว่า 
“เวลานาคเวียนเทียนเข้าโบสถ์  ปี่พาทย์ทำเพลงอะไร” 

บางคนอาจตอบว่า  “ฮึ  ไม่เคยทำ 
ก็มันหน้าที่ของพวกแตรหรือกลองยาวเขานี่”  ว่าไปโน่น 
เมื่อเป็นเช่นนี้สำมะหาอะไรกับท่านที่ไม่ได้เรียนดนตรีจะรู้

ดังนั้น  หากเราจะนำเอา  “โลกของพวกคุณ”(อย่างว่า)  มาวางลงในที่ ๆ   มีแสงสว่าง
ให้ใคร ๆ  ที่ยังต้องการรู้  ได้รู้ได้เห็นกันบ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย 
โดยเฉพาะแก่พวกเรานักศึกษาที่รักการดนตรี 
จนถึงกับลงทุนสมัครเข้าเป็นสมาชิกชุมนุมดนตรีไทยของแต่ละสถาบัน 
ทุ่มเทความพยายามอย่างยิ่งฝึกฝนวิชานี้จนสามารถมาแสดงผลงานร่วมกัน 
(อย่างงานดนตรีอุดมศึกษานี้)  ได้อย่างน่ารักนี้ด้วย

เรามาลองสมมติโดยการจัดงานขึ้นสักงานหนึ่ง 
เอาเป็นว่างานบวชนาคก็แล้วกัน
 
งานนี้จัดขึ้นที่ศาลาการเปรียญในวัดแห่งหนึ่ง  งานจะเริ่มโดยการสวดมนต์เย็น 
ทำขวัญนาค  พีธีอุปสมบทจะเริ่มตอนสายวันรุ่งขึ้น 
แล้วก็มีการทำบุญถวายภัตราหารเพลแด่พระสงฆ์เพื่อฉลองพระ  เป็นเสร็จงาน 
ดังนั้นตามกำหนดการนี้เครื่องดนตรีประกอบงานที่เหมาะสมที่สุด
ก็ต้องเป็นวงปี่พาทย์อย่างไม่มีปัญหา  ส่วนจะเป็นวงขนาดไหน  เครื่องใหญ่  เครื่องคู่ 
เครื่องหก  หรือเครื่องห้า  ก็แล้วแต่ฐานะของงานซึ่งเจ้าภาพจะตกลงหามา 
วงปี่พาทย์ก็จะต้องมาเตรียมพร้อมในตอนเย็นวันแรกของงาน 
เริ่มบรรเลงโหมโรงเย็นเป็นการเปิดงาน

เพลงชุดโหมโรงเย็น  ประกอบด้วยเพลง
๑. สาธุการ
๒. ตระ
๓. รัวสามลา
๔. ต้นเข้าม่าน
๕. ปฐม
๖. ลา
๗. เสมอ
๘. รัว
๙. เชิด
๑๐. กลม
๑๑. ชำนาญ
๑๒. กราวใน
๑๓. ต้นเข้าม่าน  (ทางอัมพวา  สมุทรสงคราม(บางช้าง) 
แทรกเพลง ชุบ  ไว้หล