ทำไมจะเอาเพลงไทยบางเพลงมาหัดเองเล่นๆ ไม่ได้ล่ะ
posted on 30 Dec 2007 16:37 by p-i-e in Thai-Classical-Tales(Theme ใหม่ค่ะ กด F5 ด้วยนะจ๊ะ)^.^
หลายๆ คนสงสัยว่า
เอ๊ะ.. ทำไมดนตรีไทยบางเพลงเนี้ย จะหัดเองเล่นๆ บรรเลงชิวๆ ตามอารมณ์ไม่ได้นะ???
คนดนตรีไทยมีประเพณี-ความเชื่ออะไรเหรอ ถึงได้มีข้อห้ามทำนองนี้ขึ้นมา..
แล้วงี้ใครจะไปหัดเพลงเหล่านี้ได้ล่ะ
.
.
จะเข้าใจเรื่องนี้ต้องรู้จักเพลงชนิดที่เรียกว่า "เพลงหน้าพาทย์" ซะก่อน
เพราะเพลงที่จะเข้าข่ายไม่ควรหัดเองเล่นเองพร่ำเพรื่อ ก็คือเพลงประเภทนี้นี่เองจ๊ะ
.
.
สรุปๆ เลยคือ เพลงหน้าพาทย์ไทยเนี้ย ก็มีการแบ่งชั้น แบ่งฐานันดรกันด้วยนะเอ้า~
หนึ่ง คือ หน้าพาทย์ธรรมดา
ตามยศเลยค่ะ ^.^" เป็นหน้าพาทย์ธรรมดา ก็เลยไว้ใช้บรรเลงประกอบกิริยาอารมณ์ของ
ตัวละครที่เป็นสามัญชน ไม่บังคับว่าต้องเล่นให้จบเพลงนะ จะหยุด ทอดลงจบ
หรือเปลี่ยนเพลงเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งนี้ผู้บรรเลงจะดูจากท่ารำของตัวละครเป็นหลักล่ะค่ะ
เราจะได้ยินเพลงหน้าพาทย์ธรรมดานี้ในการแสดงลิเกหรือละคร เช่น
เพลงเสมอ : ประกอบกิริยาการเดินทางระยะใกล้ ไปช้าๆ ไม่รีบร้อน
เพลงเชิด : ประกอบกิริยาการเดินทางระยะไกลไปมาอย่างรีบร้อน
สอง คือ หน้าพาทย์ชั้นสูง
หุหุ ขึ้นชื่อว่าชั้นสูง ก็ต้องไว้ประกอบกิริยา อารมณ์ของตัวละครผู้สูงศักดิ์
หรือเทพเจ้าอันเป็นที่เคารพหน่ะค่ะ เพลงหน้าพาทย์ประเภทนี้จะถือว่าศักดิ์สิทธิ์และสำคัญ
เวลาบรรเลงจะบังคับความยาวเพลง ผู้รำจะต้องยึดทำนองและจังหวะของเพลงเป็นหลักสำคัญ
จะตัดให้สั้นหรือเติมให้ยาวตามใจชอบไม่ได้
(เชื่อกันว่าถ้าบรรเลงไม่จบเพลง คือการบั่นทอนอายุขัยของตัวเองด้วยง่ะค่ะ)
เราจะได้ยินเพลงเหล่านี้ในการแสดงโขน ละคร
และในพิธีไหว้ครู ครอบครูดนตรีไทยและนาฏศิลป์ เช่น
เพลงตระนอน : แสดงการนอน
เพลงบาทสกุณี : ใช้ในการจัดทัพหรือการเคลื่อนตำแหน่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งของกษัตริย์
เพลงตระบรรทมสินธุ์ เพลงตระบองกัน เพลงองค์พระพิราพ เป็นต้น
โดยเฉพาะเพลงองค์พระพิราพ...
ถือเป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงสุดในบรรดาเพลงหน้าพาทย์ทั้งหลายเลยค่ะ
.
.
เอาล่ะ.. รู้จักเพลงหน้าพาทย์แล้ว เรามาต่อเรื่องประเพณีที่คนดนตรีไทยถือปฏิบัติกันต่อเลย
.
.
ความเชื่อเกี่ยวกับเพลงเหล่านี้ มีประเพณีปฏิบัติเกี่ยวพันกับการไหว้ครูจ๊ะ
(งงมั้ย.. เอามาเกี่ยวกันได้ไง กิกิกิ)
.
.
ในพิธีไหว้ครูดนตรีไทย ถ้าเป็นคนเครื่องสายและคีตศิลป์อื่นๆ
ครูผู้ทำพิธีจะครอบด้วยฉิ่งที่ศีรษะและครอบเพียงครั้งเดียว
แต่ถ้าเป็นนักเรียนปี่พาทย์ (ซึ่งจะต้องเรียนเพลงหน้าพาทย์อย่างแน่นอน)
จะมีพิธีการเป็นระดับ (สมัยก่อนเปรียบได้กับการรับปริญญาบัตรเป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต
และเป็นด๊อกเตอร์เลยค่ะ)
.
.
ครอบครูขั้นที่ 1 การเรียนเบื้องต้น
ผู้เรียนจะต้องเรียนเพลงชุดโหมโรงเย็น ที่ขึ้นต้นด้วยเพลงสาธุการ
ครูผู้ทำพิธี จะครอบด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงสาธุการ
.
.
ขั้นที่ 2 ครูผู้ครอบจะครอบด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงตระโหมโรง
แล้วให้เรียนเพลงต่างๆ ในชุดโหมโรงเย็นจนจบ
.
.
ขั้นที่ 3 ครูผู้ครอบจะทำพิธีด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงตระบองกัน
แล้วจึงให้เรียนเพลงต่างๆ ในชุดโหมโรงกลางวันจนจบ
.
.
ขั้นที่ 4 ครูผู้ครอบจะครอบด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงบาทสกุณี
ต่อจากนั้น ในขั้นนี้ผู้เรียนจะต้องเรียนในเรื่องเพลงที่เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง
ทุกเพลงจนจบ
.
.
ขั้นที่ 5 ผู้เรียนจะต้องศึกษาเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพเป็นขั้นสุดท้าย
ซึ่งนับเป็นเพลงที่อยู่ในระดับสูงสุด และถือเป็นการนำความสิริมงคลมาสู่ผู้ครอบ
และผู้ประกอบพิธีครอบ ในระหว่างประกอบพิธี ทั้งผู้ครอบและผู้ทำการครอบ
ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดและควรระมัดระวัง
โดยผู้เข้ารับการครอบในขั้นนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. ต้องผ่านการครอบขั้นต้นมาแล้ว 4 ขั้น
นั้นหมายถึงต้องได้เรียนเพลงหน้าพาทย์ในแต่ละขั้นตอนของพิธีครอบขั้นต้นครบถ้วนแล้ว
2. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี
3. ต้องอุปสมบทมาแล้ว 1 พรรษา
4. ผู้นี้ต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อผ่านพิธีการครอบอย่างถูกต้องสมบูรณ์มีคุณสมบัติดีแล้ว
จึงให้ปฏิบัติในการเรียนเพลงองค์พระพิราพ ดังนี้
1. จุดธูปเทียน และดอกไม้เพื่อบูชาองค์พระพิราพก่อนที่จะเริ่มต้นเพลง
2. ครูผู้กระทำพิธีจับมือศิษย์ให้ตีฆ้องวงใหญ่ทำนองเพลงตอนขึ้นต้นองค์พระ 3 ครั้ง
3. ควรต่อเพลงหรือทบทวนเพลงในวันพฤหัสบดี
ที่พายอธิบายมาทั้งหมด จะถือเป็นพิธีที่เป็นสิริมงคลมากๆ
ถ้าผู้ทำพิธีและผู้เข้าร่วมในพิธีร่วมกันระลึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีการโดยเคร่งครัด
เรียกว่า "ศรัทธามาปัญญาเกิด" จ้า ^.^
.
.
งืมม.. พอเห็นภาพรวมมั้ยคะ ว่าความเชื่อเรื่องเพลงหน้าพาทย์ - ข้อห้ามต่างๆ ที่เคยได้ยิน
กับประเพณีการไหว้ครูดนตรีไทยมีความสัมพันธ์กันยังไง
และทำไมคนดนตรีไทยจึงมักห้ามไม่ให้เรานำเพลงหน้าพาทย์มาหัดเอง
หรือบรรเลงเล่นๆ ตามใจ
มันยาวแห๊ะ.. แต่ถ้ายังไม่เคลียร์ เดี๋ยวพายทำเอ็นทรี่ย์เกี่ยวกับว่า
เพลงหน้าพาทย์เพลงไหนใช้บรรเลงเพื่ออะไร
คงเข้าใจมากขึ้นล่ะค่ะ ^.^
ปล. พรุ่งนี้ มา count down กันน้า~~
Powered by exteen blog. You may view this blog by
rss or
atom.
p-i-e's Music Station

คิดสิ่งใดให้สมใจนึกเช่นกันนะคะ แล้วพรุ่งนี้มาเคาท์ดาวน์กันค่ะ
#1 By ire_u on 2007-12-30 16:46