(Theme ใหม่ค่ะ กด F5 ด้วยนะจ๊ะ)^.^ 

หลายๆ คนสงสัยว่า
เอ๊ะ.. ทำไมดนตรีไทยบางเพลงเนี้ย จะหัดเองเล่นๆ บรรเลงชิวๆ ตามอารมณ์ไม่ได้นะ???
คนดนตรีไทยมีประเพณี-ความเชื่ออะไรเหรอ ถึงได้มีข้อห้ามทำนองนี้ขึ้นมา..
แล้วงี้ใครจะไปหัดเพลงเหล่านี้ได้ล่ะ
.
.
จะเข้าใจเรื่องนี้ต้องรู้จักเพลงชนิดที่เรียกว่า "เพลงหน้าพาทย์" ซะก่อน
เพราะเพลงที่จะเข้าข่ายไม่ควรหัดเองเล่นเองพร่ำเพรื่อ ก็คือเพลงประเภทนี้นี่เองจ๊ะ
.
.
สรุปๆ เลยคือ เพลงหน้าพาทย์ไทยเนี้ย ก็มีการแบ่งชั้น แบ่งฐานันดรกันด้วยนะเอ้า~
หนึ่ง คือ หน้าพาทย์ธรรมดา
ตามยศเลยค่ะ ^.^" เป็นหน้าพาทย์ธรรมดา ก็เลยไว้ใช้บรรเลงประกอบกิริยาอารมณ์ของ
ตัวละครที่เป็นสามัญชน ไม่บังคับว่าต้องเล่นให้จบเพลงนะ จะหยุด ทอดลงจบ
หรือเปลี่ยนเพลงเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งนี้ผู้บรรเลงจะดูจากท่ารำของตัวละครเป็นหลักล่ะค่ะ
เราจะได้ยินเพลงหน้าพาทย์ธรรมดานี้ในการแสดงลิเกหรือละคร เช่น
เพลงเสมอ : ประกอบกิริยาการเดินทางระยะใกล้ ไปช้าๆ ไม่รีบร้อน
เพลงเชิด : ประกอบกิริยาการเดินทางระยะไกลไปมาอย่างรีบร้อน

สอง คือ หน้าพาทย์ชั้นสูง
หุหุ ขึ้นชื่อว่าชั้นสูง ก็ต้องไว้ประกอบกิริยา อารมณ์ของตัวละครผู้สูงศักดิ์
หรือเทพเจ้าอันเป็นที่เคารพหน่ะค่ะ เพลงหน้าพาทย์ประเภทนี้จะถือว่าศักดิ์สิทธิ์และสำคัญ
เวลาบรรเลงจะบังคับความยาวเพลง ผู้รำจะต้องยึดทำนองและจังหวะของเพลงเป็นหลักสำคัญ
จะตัดให้สั้นหรือเติมให้ยาวตามใจชอบไม่ได้
(เชื่อกันว่าถ้าบรรเลงไม่จบเพลง คือการบั่นทอนอายุขัยของตัวเองด้วยง่ะค่ะ)
เราจะได้ยินเพลงเหล่านี้ในการแสดงโขน ละคร
และในพิธีไหว้ครู ครอบครูดนตรีไทยและนาฏศิลป์ เช่น
เพลงตระนอน : แสดงการนอน
เพลงบาทสกุณี :  ใช้ในการจัดทัพหรือการเคลื่อนตำแหน่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งของกษัตริย์
เพลงตระบรรทมสินธุ์ เพลงตระบองกัน เพลงองค์พระพิราพ เป็นต้น
โดยเฉพาะเพลงองค์พระพิราพ...
ถือเป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงสุดในบรรดาเพลงหน้าพาทย์ทั้งหลายเลยค่ะ
.
.
เอาล่ะ.. รู้จักเพลงหน้าพาทย์แล้ว เรามาต่อเรื่องประเพณีที่คนดนตรีไทยถือปฏิบัติกันต่อเลย
.
.
ความเชื่อเกี่ยวกับเพลงเหล่านี้ มีประเพณีปฏิบัติเกี่ยวพันกับการไหว้ครูจ๊ะ
(งงมั้ย.. เอามาเกี่ยวกันได้ไง กิกิกิ)
.
.
ในพิธีไหว้ครูดนตรีไทย ถ้าเป็นคนเครื่องสายและคีตศิลป์อื่นๆ
ครูผู้ทำพิธีจะครอบด้วยฉิ่งที่ศีรษะและครอบเพียงครั้งเดียว
แต่ถ้าเป็นนักเรียนปี่พาทย์ (ซึ่งจะต้องเรียนเพลงหน้าพาทย์อย่างแน่นอน)
จะมีพิธีการเป็นระดับ (สมัยก่อนเปรียบได้กับการรับปริญญาบัตรเป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต
และเป็นด๊อกเตอร์เลยค่ะ)
.
.
ครอบครูขั้นที่ 1 การเรียนเบื้องต้น
ผู้เรียนจะต้องเรียนเพลงชุดโหมโรงเย็น ที่ขึ้นต้นด้วยเพลงสาธุการ
ครูผู้ทำพิธี จะครอบด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงสาธุการ
.
.
ขั้นที่ 2 ครูผู้ครอบจะครอบด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงตระโหมโรง
แล้วให้เรียนเพลงต่างๆ ในชุดโหมโรงเย็นจนจบ
.
.
ขั้นที่ 3 ครูผู้ครอบจะทำพิธีด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงตระบองกัน
แล้วจึงให้เรียนเพลงต่างๆ ในชุดโหมโรงกลางวันจนจบ
.
.
ขั้นที่ 4 ครูผู้ครอบจะครอบด้วยการจับมือให้ตีฆ้องวงใหญ่เพลงบาทสกุณี
ต่อจากนั้น ในขั้นนี้ผู้เรียนจะต้องเรียนในเรื่องเพลงที่เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง
ทุกเพลงจนจบ
.
.
ขั้นที่ 5 ผู้เรียนจะต้องศึกษาเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพเป็นขั้นสุดท้าย
ซึ่งนับเป็นเพลงที่อยู่ในระดับสูงสุด และถือเป็นการนำความสิริมงคลมาสู่ผู้ครอบ
และผู้ประกอบพิธีครอบ ในระหว่างประกอบพิธี ทั้งผู้ครอบและผู้ทำการครอบ
ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดและควรระมัดระวัง

โดยผู้เข้ารับการครอบในขั้นนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. ต้องผ่านการครอบขั้นต้นมาแล้ว 4 ขั้น
นั้นหมายถึงต้องได้เรียนเพลงหน้าพาทย์ในแต่ละขั้นตอนของพิธีครอบขั้นต้นครบถ้วนแล้ว
2. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี
3. ต้องอุปสมบทมาแล้ว 1 พรรษา
4. ผู้นี้ต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อผ่านพิธีการครอบอย่างถูกต้องสมบูรณ์มีคุณสมบัติดีแล้ว
จึงให้ปฏิบัติในการเรียนเพลงองค์พระพิราพ ดังนี้
1. จุดธูปเทียน และดอกไม้เพื่อบูชาองค์พระพิราพก่อนที่จะเริ่มต้นเพลง
2. ครูผู้กระทำพิธีจับมือศิษย์ให้ตีฆ้องวงใหญ่ทำนองเพลงตอนขึ้นต้นองค์พระ 3 ครั้ง
3. ควรต่อเพลงหรือทบทวนเพลงในวันพฤหัสบดี

ที่พายอธิบายมาทั้งหมด จะถือเป็นพิธีที่เป็นสิริมงคลมากๆ
ถ้าผู้ทำพิธีและผู้เข้าร่วมในพิธีร่วมกันระลึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีการโดยเคร่งครัด
เรียกว่า "ศรัทธามาปัญญาเกิด" จ้า ^.^
.
.
งืมม.. พอเห็นภาพรวมมั้ยคะ ว่าความเชื่อเรื่องเพลงหน้าพาทย์ - ข้อห้ามต่างๆ ที่เคยได้ยิน
กับประเพณีการไหว้ครูดนตรีไทยมีความสัมพันธ์กันยังไง
และทำไมคนดนตรีไทยจึงมักห้ามไม่ให้เรานำเพลงหน้าพาทย์มาหัดเอง
หรือบรรเลงเล่นๆ ตามใจ

มันยาวแห๊ะ.. แต่ถ้ายังไม่เคลียร์ เดี๋ยวพายทำเอ็นทรี่ย์เกี่ยวกับว่า
เพลงหน้าพาทย์เพลงไหนใช้บรรเลงเพื่ออะไร
คงเข้าใจมากขึ้นล่ะค่ะ ^.^

 

ปล. พรุ่งนี้ มา count down กันน้า~~



Powered by exteen blog. You may view this blog by rss or atom.

Comment

Comment:

Tweet

แล้วถ้าเป็นผู้หญิงที่รักในดนตรีไทย เรียนได้จนมาถึงขั้นสูงสุดได้แล้ว จะต้องหยุดเรียนอยู่แค่นั้นรีปล่าว ถ้าใช่แล้วจะเรียนรู้สือทอดต่อให้คนรุ่นต่อไปยังไง เพราะเรียนก็ไม่สุด?

#25 By ริวา (81.100.124.196|81.100.124.196) on 2014-04-28 06:38

อย่างนี้นี่เองขอบคุรที่ให้ข้อมูลนะคะ

#24 By นานา (222.123.237.21) on 2008-01-03 18:16

เพราะว่าอะไรที่ทำ/หัด ได้ยากๆ ถึงเรียกว่าสิ่งมีคุณค่าในตัวเองเนอะคะ

ไม่ค่อยได้คอมเม้นให้พี่พายเลย ขอโทษด้วยนะคะ แต่หนูเข้ามาอ่านน๊า แต่บางทีหนูก็อ่านแล้ว นึกไม่ออกว่าต้องคอมเม้นยังไงดีหว่า แหะๆ

ปล. ปีใหม่นี้ขอให้พี่พายมีความสุขมากๆนะคะ หวังสิ่งใดให้สมปรารถนานะค๊า

#23 By Revamp on 2008-01-01 21:52

big smile big smile big smile

สวัสดีปีใหม่ค่ะ น้องพาย พี่พลอยตั้งใจเข้ามาสวัสดีปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2551 นี้เลยนะค่ะ ขอให้มีความสุข สวัสดี สุขภาพแข็งแรงนะค่ะ

ธีมใหม่รับวันปีใหม่นี้สีแดงสวยสดใส สมกับการเริ่มต้นจริงๆเลยค่ะ ชอบจังเลย..

ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนบ้านกันค่ะ..double wink
ด้วยรัก/จากใจ..พี่พลอยจ๋าค่ะ

big smile big smile big smile

#22 By พี่พลอยจ๋า on 2008-01-01 21:50

โดนด่าแล้วสินะ สมควรแล้ว

#21 By ซูเนะโอะ on 2008-01-01 19:28

บวช 1 พรรษาเชียวหรือ
.....

สวัสดีปีใหม่นะครับคุณพาย

#20 By norton on 2008-01-01 17:02

สวัสดีปีใหม่นะครับ
ปกติเพลงประเภทนี้ถ้าผมไม่ขอครู(คน)ก่อน
ผมจะไม่เล่นเลยครับ ขลังมาก (ของจริงนะเออ...)
อีกอย่าง ประสบการณ์และความสามารถก็ยังไม่ถึงระดับนั้นซะด้วย
อยากได้เพลงนางหงส์ครับ ไม่มีแผ่น+หาโหลดไม่ได้
สวัสดีปีใหม่ครับผม

#18 By SuperRyu on 2008-01-01 12:12

อายุ 30 ปีจะเยอะไปมั้งงับ

*******************

สวัสดีปีใหม่นะคับ

ขอบคุณสำหรับ สคส. นะคับ

มีความสุขมากๆนะคับ

พบกันใหม่ปีหน้าคับ big smile

#17 By KaTTo-+tOdA on 2007-12-31 23:07

big smile
.
ลืมชม...กล่องของขวัญข้างบน สวยดี...แต่ถ้าดึงออกกล่องนึง คงล้มอ่ะเนอะ sad smile

#16 By >t-O.y: on 2007-12-31 22:09

big smile Hot! Hot!

เง้อ.. sad smile
ขนาดอ่านแล้ว..ก็ยังงงอยู่ดี แอบงงบางจุด...แต่ก็นะ เล่นไม่มีพื้นฐานเรื่องนี้ซักกะติ๊ดเดียวนิ confused smile
.
แต่สุดๆเลยแฮะ
.
คงต้องอยู่กับดนตรีไทยหลายปีเลยอ่ะเนอะ
ถึงจะซึมซับเรื่องราวเหล่านี้ได้หมด...
.
แต่บรรพบุรุษไทยสุดแสนจะเก่ง ทั้งคิดค้น ทั้งสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้

..
เด็กไทยรุ่นใหม่ เก่งๆเยอะ รับรองว่าทำกันได้อยู่แล้วล่ะ
บังคับพายนี่ล่ะคนนึง ต้องสืบทอด โฮะๆ big smile

#15 By >t-O.y: on 2007-12-31 22:08

เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ซึมซับคงหนีหมดเพราะความยุ่งยากซินะ - -
เคยครอบสาธุการตอนเข้าม.๔ เพราะตอนนั้นต้องต่อเพลงสาธุการ ถือว่าตัวเองโชคดีมากเลย เพราะถึงที่วิทยาลัยจะมีพิธีไหว้ครูดนตรีไทยทุกปี แต่เท่าที่เราอยู่ ก็มีแค่ปีนั้นที่ได้มีการจับมือให้ตีฆ้อง หลังจากนั้นมาคงเพราะคนเยอะ เวลาเลยไม่พอ ก็รู้สึกจะมีแต่ทางพวกปี่พาทย์เท่านั้นที่ได้

#13 By Liebestraum on 2007-12-31 13:45

คอมเม้นท์ที่ 8
...อึ้งเล็กน้อยกับคอมเม้นเค้า
...บอกได้เลยครับ...เพราะ"เด็ก"ที่มีความคิดแบบนี้ ดนตรีไทย ความเป็นไทยหลายๆอย่างที่มีระเบียบแบบแผน ที่มีกฏเกณฑ์ มันเลยค่อยๆจางหายไป
...ผมก็ไม่ใช่คนที่เล่นดนตรีไทยอะไร
...แต่ผมเป็นคนที่พอจะทราบ และ"เคารพ"
...ปลงครับ...กับความคิดเด็ก
...แต่ก็คิดอีกแง่นึง..โชคดีที่คนแบบนี้มิได้มีโอกาศสืบทอดศิลปะที่เป็นของชาติ...
มิเช่นนั้นคงดับสูญไปตามตัวแหง...
เพราะสิ่งที่เค้าทำได้...
คงต้องเป็นอะไรง่ายๆเท่านั้น...


...ตามรอยหยักสมองangry smile

...ปล. ไม่แปลกใจเลยที่ใช้ชื่อ "ซูเนโอะ"

#12 By ~Mafia~ on 2007-12-31 13:22

อ่านแล้วได้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
แต่ตอนที่ผมเคยฟังเพลงไทยผมก็เชื่อนะ
เพราะขนาดเพลงที่ไม่ได้ห้ามบางเพลงยังดูมีมนต์ขลังเลย

เป็นความรู้ที่ดีครับ ขอบคุณมากเลย

#11 By โคค่อน on 2007-12-31 11:52

จริง ๆ ผมเคยดูรายการสอนทำอาหารของอาจารย์ยิ่งศักดิ์ นักพัฒนาเมนูอาหารในช่วงหนึ่ง อาจารย์เปรยว่า เคยทำ ทองหยอดสีเขียว แล้วมีคนทางบ้านโทรมาทักว่า "ทองหยอดถ้าไม่ใช่สีเหลือง จะเรียกทองหยอดได้อย่างไร ?"
อาจารย์จึงบรรลุว่า อะไรที่คลาสสิคแล้ว คนธรรมดา อย่าได้หาเรื่องไปดัดแปลงหรือเอามาทำเป็รเล่นครับ
ในวงการดนตรีไทยนั้น มีการหยิบเอาเพลงไทยเดิมมาดัดแปลงขายอยู่เช่นกัน แต่ศิลปินที่นำมาทำนั้น "ล้วนแต่เป็นระดับปรมจารย์" ที่มาทำแบบนี้แล้ว "ไม่มีใครกล้าทัก"
และแน่นอนครับ มันคืออัลบั้มเดียวที่ได้ทำออกมา และไม่เคยมีใครได้ทำแบบนั้นอีกเลย
กฎเหล็กสำหรับ นักดนตรีธรรมดาพึงระวัง "ห้ามทำเล่นเอง"
1. เพลงไทยเดิมทุกแบบ
2. เพลงพระราชนิพนธ์

ถึงเราจะไม่ได้ทำ ดนตรีเหล่านี้ก็จะมีคนที่สามารถทำได้โดยปริยาย ทำให้อยู่แล้วครับ

#10 By นิเกะ on 2007-12-31 11:39

แอบขนลุกเล็กน้อยค่ะ >.<

ตอนฝ้ายเรียนขิมก็เคยเจอเหตุการณ์อารมณ์แบบว่า..

"โดนเข้าแล้วสิเรา"

เหอๆๆ

ดนตรีไทยนี่เป็นของต้องเคารพจริงๆ ถึงจะเล่นได้..

แต่ก็บอกนิสัยคนไทยนะคะ ว่าต้องมีสัมมาคารวะ รู้กาละเทศะด้วย

#9 By vinn* on 2007-12-31 11:38

งั้นปล่อยให้เพลงมันตาย ไร้คนสืบทอดเลยก็ดีครับ ยุ่งยากนัก

#8 By ซูเนะโอะ on 2007-12-31 04:01

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลย เพิ่งเห็นธีมนี้สวยสดใสมากๆเลยค่า ยังขยันเขียนบล็อคมากสาระเหมือนเดิม

แล้วปีใหม่ไม่ไปcountdown ที่ไหนเหรอคะ

#7 By TheDoctorWearsPrada on 2007-12-31 00:29

โห้ O.o
ยุ่งยากเหมือนกันนะคะเนี่ย
ก็คงเพราะมันเป็นประเพณีละนะ
ต้องรู้จักกาละเทศะ

สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ

ปล.ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับเรื่องราวความรู้อันเป็นประโยชน์ ^^

#6 By bentie~ on 2007-12-30 20:16

อย่างนี้นี่เอง
อย่างนี้แสดงว่าประสบการณ์ก็ต้องสูงตามอายุใช่ป่ะคะ

#5 By lullscreen on 2007-12-30 18:46

#1 ไว้เจอกันที่บอร์ด count down นะน้องไอ อิอิ
#2 ไว้พี่ทำเอ็นทรี่ย์เกี่ยวกับเพลงทยอยนะคะ
#3 ข้อ 3. ต้องอุปสมบท..เฉพาะคนที่จะต่อเพลงหน้าพาทย์ขั้นสูงสุดเป็นขั้นสุดท้ายเท่านั้นล่ะค่ะ ซึ่งทุกวันนี้น้อยค่ะที่จะต่อถึงขั้นนั้น งึมม คนปี่พาทย์เป็นผู้หญิงก็มีนะคะ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย อิอิ big smile

#4 By p-i-e on 2007-12-30 17:46

3. ต้องอุปสมบทมาแล้ว 1 พรรษา

แสดงว่านักดนตรีก็เป็นผู้หญิงไม่ได้สิเออ
รึผู้หญิงก็ต้องบวชด้วยembarrassed

#3 By S.Sasi on 2007-12-30 17:40

แล้วเพลงทยอยมีลักษณะเป็นยังไงอ่ะคะ
สงสัยค่ะembarrassed

#2 By *mamoru taiki* on 2007-12-30 16:48

เป็นอย่างนี้นี่เอง กว่าจะเล่นได้ต้องมีพิธีกรรมซับซ้อนแบบนี้ถ้าไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรก็คงจะสูญหายไปแล้วแน่ๆเลยนะคะ เพิ่งได้ทราบเนี่ยแล่ะค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่อธิบายมาข้างต้นนี่เข้าใจชัดเจนเลยล่ะค่ะ

คิดสิ่งใดให้สมใจนึกเช่นกันนะคะ แล้วพรุ่งนี้มาเคาท์ดาวน์กันค่ะ confused smile

#1 By ire_u on 2007-12-30 16:46

Recommend

follow p-i-e on twitter