ฟังเพลงประกอบหนังโหมโรง
posted on 14 Dec 2007 22:50 by p-i-e in General-Topics, Thai-Classical-Music
เอ่อ.. ใครรอแล้วรออีกเจ้า imeem player ก็ยังไม่ยอมปรากฎตัวขึ้นมา
ถ้าเป็นสมาชิก imeem เข้าไปฟังในนี้ ---> Click Me ได้นะคะ
พูดถึงเพลงที่ชอบ...
เพลงแรก อัศจรรย์ (01)
เพราะดีค่ะ "เธอ" ในเนื้อเพลงนี้ น่าจะพูดถึงเสียงดนตรี
.
แขกบรเทศ (02)
ที่เอามาประกอบในเรื่องโหมโรงนี้มีความยาวแค่ 52 วินาทีเท่านั้นเองค่ะ
ดนตรีใช้เครื่องดนตรีไทยบรรเลง โชว์เดี่ยวแต่ละเครื่อง
เริ่มจากฆ้องวงใหญ่ ระนาดทุ้ม เดี่ยวฉิ่ง เดี่ยวหน้าทับ ตามด้วยระนาดเอก
แล้วบรรเลงรวมกันมีเสียงปี่ขึ้นมาด้วย (ไม่ยักได้เดี่ยวกะเค้าแห๊ะ อิอิ)
ลองฟังดูนะจ๊ะ
เอ่ะเอ๋.. บางคนอาจแปลกใจว่าทำไมสั้นจัง ปกติเพลงไทยเดิมต้องยาวๆ ยืดๆ รึเปล่า
จะว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างของเพลงไทยเดิมก็ได้นะคะ
(เหมือนๆ กับเพลงคลาสสิคของสากลทั่วๆ ไปหน่ะล่ะ)
คือในเพลงยาวๆ ที่เราได้ยินได้ฟังนั้น ประกอบขึ้นจากเพลงหลายๆ ท่อน
แต่อาจจะมีท่อนที่นิยมเอามาเล่นกันบ่อยๆ กว่าท่อนอื่นๆ อยู่
แขกบรเทศที่ได้ยิน ก็คือท่อนชั้นเดียวของเพลงนี้ ซึ่งเป็นท่อนสุดฮิตนั่นเอง
(เป็นฉะนี้แล)
.
ต้นวรเชษฐ์ (03)
เพลงนี้ก็ถือว่าเป็นเพลงที่ให้ทำนองอย่างไทยได้สุดๆ เพลงนึง
ใครชอบบ่นว่า เพลงไทยมีแต่สำเนียงเสียงเพลงของลาว เขมร มอญ ฯลฯ
ก็คงฟังเพลงนี้ได้อย่างภูมิใจนะจ๊ะ ไท้ไทยสมใจแน่ อิๆๆ
เพลงนี้เป็นเพลงดังมาก ชนิดว่าวงออเครสตร้าจะเอาเพลงไทยไปประยุกต์เมื่อไหร่
ก็ได้อยู่ในโผซะ มากกว่า 80% ใครๆ ก็คงเคยได้ยินกันมาแล้วทั้งนั้นหล่ะเน๊อะ
.
เพลงคำหวาน (04)
เป็นเพลงอัตราจังหวะสองชั้น ทำนองเก่าสมัยอยุธยา
เป็นเพลงท่อนเดียวอยู่ในเพลงตับเรื่องนางไห้ซึ่งมีอยู่ ๕ เพลง
คือ เพลงนางไห้ เพลงชมทะเล เพลงลมพัดชายเขา เพลงคำหวาน และเพลงเบ้าหลุด
(ที่มา http://www.anurakthai.com/ )
อย่าสับสนกับเพลงคำหวานในพระราชนิพนธ์ของในหลวง ร. 9 ของเรานะคะ
เพลงนี้เป็นเพลงที่พายชอบมากๆ เพลงนึงในหนังเรื่องนี้เลยล่ะค่ะ
เพราะทำนองหว๊านหวาน เสียงซออู้งิยิ่งทำให้หวาน
โอย.. ใครเอาเพลงนี้มาจีบคงละลาย (ไม่มีง่ะ ฮ่าๆๆ)
อื้มม.. ยิ่งในเวอร์ชั่นประกอบเรื่องโหมโรงนี้ซออู้เล่นล้อกับฮาร์ฟ
เครื่องดนตรีที่ใครๆ ก็มีความเห็นตรงกันว่า ไพเราะดั่งเสียงสวรรค์ โอวว.. ยิ่งทำให้ลอย
อีกนิดๆ.. ในหนังเอาเพลงนี้มาประกอบตอนครูศร เห็นแม่โชติมาเก็บดอกจำปาลาวในสวน
แล้วเหมือนว่าเล่นเพลงนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนท้ายครูพูดว่า "งดงามเหลือเกิน" ด้วย
(เพลงนี้พายมีโน้ตนะคะ ใครอยากได้ขอโลด)
.
กระต่ายเต้น (05) (ชื่อเพลงน่ารักเน๊อะ ^.^)
เพลงนี้พายรู้แต่ว่าเป็นเพลงสำเนียงมอญนะคะ
ใครมีความรู้ช่วยเสริมที แฮ่..
อิอิ ฟังดูนะคะ มีเสียง กรู๊~~~ ด้วย บวกกับทำนองที่หลับตาแล้วเห็นภาพ
กระต่ายน้อยกำลังกระโดดโลดเต้นอย่างสบายใจเป็นที่สุด
ฟังเพลงนี้ได้ฟังซออู้เค้าทำเสียงสนุกด้วย ไม่ได้ซึ้ง-เศร้าเป็นอย่างเดียวนา
.
โหมโรงอัฐมบาท (07)
ชอบเพลงที่มีลูกล้อ-ลูกขัดเยอะๆ ค่ะ เลยชอบเพลงนี้ด้วย
ก็ลูกล้อลูกขัด ทำให้เพลงดูมีสีสันเสมอเลย อยากรู้ว่าเป็นไง ลองฟังค่ะ แนะนำๆ
.
โหมโรงจีนดอกไม้ (09)
(พายว่าแผลงมาจากคำว่าโหมโรงจีนตอกไม้นะ ฟังแล้วเห็นภาพคนกำลังตอกไม้ง่ะ)
เพลงนี้พายว่าฟังแล้วให้มิติของเสียงเครื่องดนตรีไทยแต่ละชนิดได้ดีมากเลยค่ะ
ใครฟังเพลงนี้ไปเรื่อยๆ แล้วไม่เผลอขยับมือ ขยับขา ตบจังหวะตามนะ
พายท้าให้ตีมือได้เลย ยิ่งถ้าลองฟังซ้ำๆ กันหลายๆ รอบนะ
รับรองว่าทำนองหลักของเพลงเข้าไปสถิตอยู่ในใจให้ฮำเพลงนี้ได้โดยไม่รู้ตัว ^.^v
(ทำให้ใครๆ ที่ได้ดูเรื่องโหมโรงมาแล้ว จำทำนองเพลงนี้ได้ดีทีเดียว อิอิ)
อีกนิดๆ.. ตรงท่อนที่ระนาดเอกเล่นกรอ (รัวไม้) อยู่เสียงเดียวนานๆ
เพื่อโชว์เสียงฆ้องวง (ทั้งวงใหญ่ วงเล็ก) กับจังหวะหน้าทับและฉิ่ง ง่ะค่ะ
ถ้าเล่นระนาดแล้วมือไม่ไหว (พริ้วไหว) จริงๆ จะให้เสียงกรอเนียนๆ ละเอียดๆ แบบนั้น
ทำยากไม่ใช่เล่นอยู่นะคะ
เอ้อ.. สังเกตเพลงนี้เป็นความรู้ได้ด้วยนะคะว่า
เสียงหน้าทับ (กลอง) เนี้ย มีผลทำให้เพลงฟังดูออกสำเนียงจีนได้มากๆ เลย
เวลาเพลงไทยเดิมเราเล่นเพลงออกสำเนียงภาษาต่างๆ
จึงมักจะต้องรู้จักเลือกใช้กลอง และประเภทหน้าทับ (วิธีการตี) ให้ถูกด้วยค่ะ
(คนคิดเนี้ยเก่งแท้)
.
แสนคำนึง (10)
เพลงนี้ประกอบช่วงที่ทหารมาที่บ้านครูศร บอกว่าดนตรีไทยมันล้าหลัง
แสดงถึงความไม่รู้จักพัฒนาของประเทศ ห้ามไม่ให้เล่นอีก
ตอนทหารเดินออกมาจากบ้าน (กำลังจะกลับ)
ครูศรเดินไปที่ระนาดเอกบรรเลงทำนองเพลงนี้ออกมาสดๆ จากหัวเลย
เพลงนี้ฟังแล้วกระทบใจคนรักดนตรีไทยจริงๆ ค่ะ
ตอนขึ้นต้นครูท่านขยี้ความคับใจลงบนลูกระนาด เหมือนจะท้าเปิดศึกยังงั้น
แต่กลับตามมาด้วยทำนองหวานๆ แฝงอารมณ์เศร้า และอึดอัดใจ
เหมือนจะสอนนายทหารคนนั้นด้วยเพลง
พายฟังแล้วรู้สึกเหมือนครูจะพูด (ด้วยเพลง) ว่า
"หากท่านเป็นชนคนไทยผู้หนึ่งที่มีดนตรีในหัวใจอยู่บ้าง ฟังดูเสียก่อนเถิด
ทำนอง-สุ้มเสียงเช่นนี้หรือที่ท่านเห็นว่าไร้ซึ่งวัฒนธรรม
และเป็นที่น่าอับอายต่ออารยประเทศ"
อ่า... เพลงนี้มีเรื่องเล่าด้วยนะคะ
กล่าวกันว่าครูศร ท่านเล่นเพลงนี้ออกมาสดๆ (เหมือนการด้นกลอนสด)
โดยมีทำนองจากเพลงลาวเพลงนึงที่เคยแต่งไว้อยู่แล้ว (ไม่ทราบชื่อเพลง)
เพลงนี้ไม่ได้สั้นๆ แค่นี้นะคะ เป็นเพลงเถาที่ไพเราะมากเพลงนึงเลย
หลายคนอาจคุ้นมากกว่า ถ้าบอกว่าเพลงนี้คือทำนองของเพลง
ที่มีผู้นำมาทำเป็นเพลงลูกกรุง มีเนื้อร้องว่า
"ญ. จริงรึ..
ช. จริงซิ..
ญ. แน่รึ..
ช. แน่ซิ..
ญ. ไม่ยั่วนะ..
ช. ไม่ยั่วซิ..
ญ. อวดดี..
ช. จะอวดดี..." (ถ้าร้องผิดก็ขอโทษด้วยนะคะ อิอิ)
แต่จริงๆ แล้วว่ากันว่า ครูศรท่านแต่งเนื้อร้องเพลงนี้ไว้ด้วย
มีเนื้อหาแสดงถึงการต่อต้านทางการที่ห้ามไม่ให้เล่นดนตรีไทย (สมัยสงครามโลก 2)
แต่เนื้อร้องนั้นสูญหายไปแล้ว (และว่ากันว่ายังหาไม่พบ)
เนื่องจากถูกคุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง (ลูกสาว) ฉีกทิ้ง
เพราะกลัวทางการมาเห็นแล้วพ่อจะต้องติดคุก
ภายหลังครูศรท่านจึงเอาบทเสภาจากเรื่องขุนช้างขุนแผน
ที่พอจะเข้ากับอารมณ์เพลง มาเป็นบทร้องแทนค่ะ
.
ตั้งแต่เพลงแรกพบ จนถึงเพลงความหวัง (11-16)
แนะนำสั้นๆ ว่า ให้ฟังต่อกันค่ะ ทำตัวให้ผ่อนคลาย หลับตาได้จะดีมาก
ให้อารมณ์แต่ละเพลงเล่าเรื่อง เกิดเป็นภาพในใจ
.
.
เอ.. พายว่าไฟล์ที่ซิบไว้น่าจะมีเพลงครบนะคะ
(คือถ้าจะโหลดก็คลิ๊กบนรูปการ์ตูนหน่ะค่ะ)
แต่เห็นบางคนเม้นท์ถามหาเพลงที่แปดไว้
เลยทำลิงค์มาแปะเพิ่มไว้ตรงนี้นะคะ >>>เพลงที่ 8 (โหมโรงช่อผกา)<<<
โน้ตเพลงคำหวานด้วยค่ะ...
Powered by exteen blog. You may view this blog by
rss or
atom.

เพราะมากๆเลยอ่า
เอิ๊กๆ คิดเหมือนกันเลยอ่า..เพราะสุดๆ หวานมากๆ...ยิ่งภาพในหนังวิ่งเข้ามานะ


เพลง score ช่วงท้ายฟังแล้วจะร้องไห้ นึกถึงตอนที่ดูในโรง ร้องไห้จนเดินออกไม่ได้ อ๊ายอาย - -"
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2007-12-14 22:59