พระปรคนธรรพ

คนธรรพ์นั้นเป็นเทวดาจำพวกหนึ่ง อาศัยอยู่ระหว่างฟ้ากับดิน
ถือเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเทวดาค่ะ มีหน้าที่ขับกล่อมบรรเลงดนตรีในสรวงสวรรค์
แม้ว่าจะไม่ใช่เทวดาที่มีลำดับศักดิ์สูงนัก แต่คนธรรพ์ก็มีฝีมือในการขับร้องประโคมดนตรี
เป็นเยี่ยม

.

.

ปรคนธรรพ หรือ บรมคนธรรพ์ คือ ครูของคนธรรพ์ทั้งปวง
หมายถึง ยอดฤาษี ราชาแห่งฤาษี  บ้างก็เรียกว่า เทพคนธรรพ์ หรือ คนธรรพราช
มีชื่อจริงว่า นารท และยังมีชื่ออื่นอีก เช่น พระปิศุนา แปลว่า ผู้สื่อข่าว
พระกลิการกะ (ผู้ทำให้เกิดการถกเถียงต่อสู้ทะเลาะวิวาท)
พระกปิพักตร (หน้าลิง) และพระนารทยังมีปางที่เป็นเพศหญิงด้วยค่ะ
ชื่อว่า นางนารที เป็นภรรยาของพระนารายณ์แปลง ชื่อ พราหมณ์สันนยาสี
มีบุตรด้วยกัน 60 คน

พระปรคนธรรพ มีร่างกายสีเขียว มีขนวนเป็นขด วงทักษิณาวรรตรอบตัว
ทรงชฎายอดฤาษี 1 พักตร์ 2 กร

.

.

องค์ปรคนธรรพ เป็นผู้ประดิษฐ์พิณขึ้นครั้งแรกค่ะ
ในวงดนตรีไทยเรามีเครื่องดนตรีที่ได้รับการยกย่อง
ให้เป็นตัวแทนของพระปรคนธรรพด้วย.. แต่ไม่ใช่พิณนะคะ
กลับเป็น "ตะโพน" ค่ะ


ตะโพน

 

สาเหตุที่นักดนตรีไทยยกย่องให้ตะโพนเป็นตัวแทนของพระปรคนธรรพนั้น
อาจจะมีสาเหตุเกี่ยวเนื่องมาจาก
พระปรคนธรรพเป็นประธานควบคุมการบรรเลงและจังหวะหน้าทับ
และตามตำนานความเป็นมาของเพลงสาธุการที่เล่าว่า

.

.

สมัยเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใหม่ๆ นั้น
ท้าวผกาพรหม (บางแห่งเชื่อว่าคือพระอิศวร) ได้ท้าประลองฤทธิ์กับพระพุทธเจ้า
โดยให้ผลัดกันหาที่ซ่อนตัวแล้วให้อีกฝ่ายค้นหา
ครั้งแรกท้าวผกาพรหมเป็นฝ่ายซ่อนก่อนโดยเนรมิตกายเป็นละอองธุลีที่เล็กที่สุด
แล้วหลบลงไปซ่อนอยู่ท่ามกลางก้นเกษียณสมุทรที่ดำมืด
แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นข่ายพระญานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
ครั้นถึงคราวที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นฝ่ายซ่อนบ้าง
พระองค์ทรงเนรมิตพระวรกายให้ย่อเล็กลงเท่าละอองธุลีเช่นเดียวกัน
แต่เสด็จขึ้นไปประทับซ่อนอยู่ในมุ่นมวยผมบนเศียรของท้าวผกาพรหม
ท้าวผกาพรหมใช้ทิพย์เนตรมองค้นหาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จนตลอดทั่วทั้งไตรภพ ก็ยังไม่สามารถมองเห็นพระพุทธองค์ได้จึงตรัสยอมแพ้
พระพุทธเจ้าจึงแสดงพระองค์ให้ท้าวผกาพรหมรู้ว่า
ทรงประทับอยู่บนมวยผมของท้าวผกาพรหมนั่นเอง

 

เมื่อท้าวผกาพรหมยอมแพ้แล้วจึงกราบบังคมทูลอัญเชิญ
ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากมุ่นมวยผมอยู่หลายครั้ง
แต่ก็ยังทรงนิ่งเฉยอยู่ จนเมื่อเหล่าคนธรรพ์พากันประโคมบรรเลงเพลงสาธุการขึ้น
จึงได้เสด็จลงมาจากเศียรของท้าวผกาพรหม

 

ดังนั้นในเวลาต่อมาเพลงสาธุการจึงกลายเป็นเพลงที่ใช้ประโคมบรรเลง
ในพิธีเพื่ออัญเชิญองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเฉพาะ
(เอาเพลงนี้มาบรรเลงเล่นๆ แบบพร่ำเพรื่อไม่ได้นะคะ เชื่อว่าจะเป็นผลไม่ดีกับตัวเองค่ะ)
และเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เริ่มบรรเลงเพลงสาธุการก่อนเครื่องดนตรีชนิดอื่นใด
ก็คือตะโพนนั่นเอง ดังนั้นนักดนตรีไทยจึงถือว่า “ตะโพน” เป็นเครื่องดนตรีอันศักดิ์สิทธิ์
และถือว่าเป็นตัวแทนของพระปรคนธรรพซึ่งเป็นบรมครูของเหล่าคนธรรพ์ทั้งปวง
ที่บรรเลงประโคมเพลงสาธุการเพื่ออัญเชิญสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งนั้น

.

.

เกร็ดความรู้อีกนิด
ตะโพนนั้นแม้ว่าจะเป็นกลองที่มีเพียง 2 หน้าเหมือนกลองชนิดอื่นๆอีกหลายชนิด
แต่มีความพิเศษพิสดารเหนือกว่าคือ สามารถตีบรรเลงออกมาได้มากมายหลายสำเนียง
กล่าวกันว่า ผู้ที่ตีตะโพนนั้นต้องตีให้ได้หลายๆสำเนียง เช่น

พรึง พริง พรึม ป๊ะ ตุ๊บ ติง เท่ง

เทิง เทิด ถะ ทั่ม เพริ่ง เพริด พรืด

จึงจะถือว่าเป็นคนตะโพนได้ และอาจจะเป็นด้วยสาเหตุทั้งหลายดังที่ได้เล่ามานี้
จึงทำให้นักดนตรีไทยยกย่องเคารพ “ตะโพน” ให้เป็นบรมครูสูงสุดของนักดนตรี
เวลาเลิกจากการบรรเลงหรือในการจัดพิธีไหว้ครูดนตรีไทย
จึงจัดวางตะโพนไว้สูงกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ

ด้วยมีความเชื่อว่าพระปรคนธรรพ (นารท) เป็นพรหมฤาษี มหาประชาบดีผู้ทรงศีล
จึงนิยมห่มตะโพนเครื่องแทนองค์พระปรคนธรรพ ด้วยผ้าขาว

ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของเอ็นทรี่ย์ "บูชาครูดุริยเทพ" แล้ว
หากคิดให้ดี... อาจทำให้หลายๆ คนเข้าใจได้ว่า
ความเชื่อในเรื่องดุริยเทพ เสมือนเป็นการระลึกเคารพถึงครูดนตรีในอดีตด้วย
การระลึกเคารพพระวิศวกรรม คือ การระลึกเป็นนัยถึงครูช่าง
ผู้สร้างเครื่องดนตรีและพัฒนาไว้ให้เป็นมรดก
พระปัญจสิงขร ก็คือครูผู้ค้นคิด ประพันธ์ทำนองเพลง แนวทางการบรรเลง เล่น ร้อง
ทั้งที่ได้จารึกชื่อไว้ และครูผู้ไม่ทราบนาม
และสุดท้าย เมื่อเราระลึกถึงพระปรคนธรรพ
นั่นคือ การได้ระลึกถึงครูหลายต่อหลายท่าน ที่ริเริ่มประดิษฐ์เครื่องดนตรีนานาชนิด
และยังกำหนดกลเม็ดเคล็ดวิธีการบรรเลงไว้อย่างเหมาะสม

.

.

ประมวลภาพพระปรคนธรรพ


พระปรคนธรรพ



พระปรคนธรรพ (นารทฤาษี)



พระปรคนธรรพ (นารที)



พระปรคนธรรพ (พระกะปิพักตรหน้าลิง)



พระปรคนธรรพ (พระนารท)
นุ่งหนังหมี ห่มหนังเสือ



พระปรคนธรรพ



พระปรคนธรรพ



พระปรคนธรรพ (พระนารที)



พระปรคนธรรพ (หน้าลิง)



พระปรคนธรรพ (หน้านก)

.

.

โลกในยุคนี้... พายก็ไม่อาจค้านว่า
ความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าเป็นเรื่องยากจะพิสูจน์
แม้ลึกๆ ในใจนักดนตรีไทยรุ่นใหม่ๆ บางคนเอง ก็อาจยังเคลือบแคลงได้
ถึงอย่างนั้นพายมั่นใจว่า ทุกคนระลึก เคารพยกย่องครู
ไม่ว่าจะเป็นครูมนุษย์ หรือครูเทวดา ก็ด้วยมีความเห็นต้องกันว่า
เป็นสิ่งที่ดีงาม และควรแก่การปฏิบัติ

.

. 

เรื่องเกี่ยวกับพิธีไหว้ครูดนตรีไทย ยังมีเรื่องให้เล่าอีกเยอะเลยค่ะ
แต่กลัวจะเลี่ยนกันไปซะก่อน ไว้เว้นช่วงสักระยะจะนำมาเล่าต่อนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันน้า~~
ดีใจมากๆ ^.^

...   ...   ...
อ้างอิง: หนังสือ บูชาครูดุริยเทพ
เนื่องในมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550
สูจิบัตรนิทรรศการ "บูชาครูดุริยเทพ" 28 มิ.ย. - 28 ส.ค. 2550
อภินันทนาการจาก สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, Thaikids.com

ภาพ: หนังสือบูชาครูดุริยเทพ และ Tripod.com



Powered by exteen blog. You may view this blog by rss or atom.

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#27 By (27.55.129.96|27.55.129.96) on 2015-08-15 16:02

confused smile

#26 By (49.237.9.36|49.237.9.36) on 2015-05-06 05:48

#25 By (49.230.116.183|49.230.116.183) on 2014-09-13 21:30

#24 By (49.230.116.183|49.230.116.183) on 2014-09-13 21:30

question tongue sad smile angry smile

#23 By (124.120.2.222|124.120.2.222) on 2014-06-02 19:24

มีความรู้ดีครับ
ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆครับ

#22 By มีนชนะ (58.147.50.215) on 2008-07-29 09:19

ภาพสวยมากๆๆเลยครับ ไม่ทราบว่ามีครบทั้งหมดเลยหรือป่าวสำหรับรูปครูดนตรี คือว่าชอนครับอยากได้

#21 By jj (118.172.165.210) on 2008-06-16 13:14